สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน – ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย   Leave a comment

สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน – ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย

–  ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐที่จัดทำโดย Standard & Poors/Case Shiller ในเดือนพฤศจิกายน 2554 ปรับตัวลดลง 0.7% (m-o-m) จากที่ลดลง 0.5% ในเดือนตุลาคม ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ว่าจะลดลง 0.5% เช่นเดียวกับเมื่อเปรียบเทียบรายปีพบว่าที่ดัชนีราคาบ้านลดลง 3.7% (y-o-y) ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ว่าจะลดลง 3.3% หลังจากลดลง 3.4% ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ขณะที่การขยายตัวของ GDP ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 แต่ราคาบ้านที่ร่วงลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแสดงให้เห็นว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ลำบากต่อไปกว่าที่จะฟื้นตัว

 

–  ต้นทุนการจ้างงานประจำไตรมาส 4/2554 เพิ่มขึ้น 0.4% จากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในไตรมาส 3/2554 เนื่องจากสวัสดิการแรงงานในไตรมาสดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยต้นทุนด้านสวัสดิการแรงงานเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้านั้นปรับตัวขึ้นแล้ว 0.1% ส่วนค่าจ้างและเงินเดือนขยายตัว 0.4% ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากที่ขยายตัว 0.3% ในไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี 2554 ต้นทุนการจ้างงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่เท่ากับปี 2553

 

–  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 61.1 จากระดับ 64.8 ในเดือนธันวาคม ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ระดับ 68.0

 

 

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

 

–  ชาติสมาชิกทั้งหมดในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ยกเว้น อังกฤษ และสาธารณรัฐเช็ค เห็นพ้องร่วมกันที่จะลงนามในสนธิสัญญาฉบับใหม่ที่ร่างออกมาเพื่อยุติการใช้จ่ายงบประมาณเกินตัวในชาติยูโรโซน รวมทั้งออกมาตรการเพื่อยุติวิกฤติหนี้สาธารณะของกลุ่มที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาด โดยครอบคลุมถึง การออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ และลงโทษประเทศที่บริหารงบประมาณขาดดุล ตลอดจนให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายต่างๆ  เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจให้ทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้นำอียูยังมีมติรับรองสนธิสัญญาการจัดตั้งกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งเป็นกองทุนถาวรวงเงิน 5 แสนล้านยูโรที่จะเริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนจะลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวในที่ประชุมยูโรกรุ๊ปครั้งต่อไป

 

–  คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 93.4 ในเดือนมกราคม จาก 92.8 ในเดือนธันวาคม นับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ว่าความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจยูโรโซนจะเริ่มส่งสัญญาณบวก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะรอดพ้นจากภาวะถดถอย

 

–  นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า มาตรการของอีซีบีในการปล่อยเงินกู้รอบใหม่ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ได้ช่วยสกัดกั้นภาวะสินเชื่อหดตัวครั้งใหญ่ โดยอีซีบีได้อัดฉีดเม็ดเงินเกือบ 5 แสนล้านยูโรเข้าสู่ภาคธนาคารผ่านทางการปล่อยกู้ระยะ 3 ปีในอัตราดอกเบี้ยต่ำในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดี สินเชื่อยังคงอยู่ในภาวะตกต่ำมากในบางพื้นที่ในยูโรโซน โดยนายดรากีกล่าวว่า ค่าพรีเมียมความเสี่ยงในพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนมีแนวโน้มว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนาน ถึงแม้มีการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ, มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ และมีความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่วินัยทางการคลังและมาตรการคุ้มครองทางการเงินของยุโรป

 

–  นายโจเซฟ มาคุช สมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ยูโรโซนอาจเผชิญกับภาวะถดถอยอีกครั้งในปีนี้  นอกจากนี้ ยังเตือนว่า การพึ่งพาของธนาคารต่างๆ ต่อเงินทุนระยะสั้นของอีซีบีกำลังเพิ่มขึ้น และปัญหาด้านการขอสินเชื่ออาจกระทบปริมาณเงินกู้ ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง

 

 

 

ฝรั่งเศส

 

–  รัฐบาลฝรั่งเศสปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2555 ขยายตัว 0.5% จากคาดการณ์เดิมที่ขยายตัว 1% ทั้งนี้ รัฐบาลประกาศว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสรวมถึงเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มฟื้นตัวก่อนช่วงครึ่งหลังปี 2555 เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวฝรั่งเศส ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2555

 

 

 

อังกฤษ

 

–  Gfk รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -29 ในเดือนมกราคม จากระดับ -33 ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 7 เดือนและสูงกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ -32

 

 

 

กรีซ

 

–  นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ กล่าวว่า คณะผู้เจรจาได้ประสบความคืบหน้าเป็นอย่างมากในการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลกรีซ โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงภายในปลายสัปดาห์นี้

 

 

 

เบลเยียม

 

–  สหภาพแรงงานของเบลเยียมหยุดงานประท้วงมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลเบลเยียม ทั้งนี้ การประท้วงดังกล่าวส่งผลให้ระบบขนส่งสาธารณะรวมทั้งเที่ยวบินหลายเที่ยวของเบลเยียมถูกยกเลิก

 

 

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

 

–  นักวิเคราะห์จาก Standard & Poor’s กล่าวว่าการเพิ่มอัตราภาษีการขายสินค้าเป็นสองเท่าของญี่ปุ่นภายในปี 2558 ยังไม่เพียงพอในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของประเทศได้ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีแผนการที่แน่นอนว่าจะสามารถหาเงินมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการสังคมที่กำลังเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงก่อนหน้านี้ว่าญี่ปุ่นอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการจัดทำงบประมาณสมดุลภายในปีงบประมาณ 2563 แม้ว่าจะเพิ่มอัตราภาษีการขายสินค้า

 

–  อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเหนือการคาดหมายจากการที่เงินเยนแข็งค่าซึ่งส่งผลต่อเนื่องต่อภาวะการจ้างงานในประเทศ โดยสำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าอัตราการว่างงานในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 4.6% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 4.5% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับในเดือนพฤศจิกายน

 

–  การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมากที่สุดใน 7 เดือนจากการที่การผลิตเร่งตัวขึ้นภายหลังการหยุดชะงักในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 4% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดไว้ว่าขยายตัว 3%

 

 

 

สิงคโปร์

 

–  อัตราการว่างงานของสิงคโปร์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2554 อยู่ที่ 2% ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปีจากการที่บริษัทในภาคธุรกิจบริการและการก่อสร้างเพิ่มการจ้างงาน ซึ่งอัตราการว่างงานดังกล่าวต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 2.1%

 

 

 

ไทย

 

–  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการประมาณ 5.6 พันล้านบาท สำหรับข้าราชการที่จะได้รับการพิจารณาจะต้องมีอายุราชการไม่เกิน 10 ปี สำหรับเกณฑ์การขึ้นเงินเดือนดังกล่าวจะดำเนินการภายใน 3 ปี ซึ่งที่พิจารณาอนุมัติครั้งนี้เป็นปีแรก ส่วนปีที่ 2 และ 3 ให้พิจารณาอีกครั้ง โดยโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการใหม่ในปีแรก จะเป็นดังนี้ ข้าราชการวุฒิ ปวช.จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 7,620 บาท, ข้าราชการวุฒิ ปวส. จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 9,300 บาท, ข้าราชการวุฒิ ปริญญาตรี จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 11,680 บาท, ข้าราชการวุฒิ ปริญญาโท จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 15,300 บาท และ ข้าราชการวุฒิ ปริญญาเอก จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 19,000 บาท

 

 

 

โครงสร้างเงินเดือนข้าราชการใหม่

 

(มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2555)

 

คุณวุฒิ         01-ต.ค.-54       01-ม.ค.-55        01-ม.ค.-55

 

(ขั้นต่ำ/ขั้นสูง)      (ขั้นต่ำ/ขั้นสูง)      (ขั้นต่ำ/ขั้นสูง)

 

ปวช.        6,410/6,800       7,620/8,080      9,000/9,900

 

ปวส.        7,670/8,140       9,300/9,860    10,500/11,550

 

ปริญญาตรี     9,140/9,690     11,680/12,390    15,000/16,500

 

ปริญญาโท   12,600/13,360     15,300/16,220    17,500/19,250

 

ปริญญาเอก  17,010/18,040     19,000/20,140    21,000/23,100

 

 

 

–  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือนธันวาคม 2554 ว่าเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนในทุกภาค หลังปัญหาอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อชะลอลง อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นบ้างจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่ำและคาดว่าจะปรับลดลงในระยะต่อไป ส่วนดุลการชำระเงินขาดดุล แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการออกไปลงทุนในต่างประเทศของธุรกิจไทย โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลที่ 1,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ขณะที่ดุลการค้าขาดดุล 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากการส่งออก หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 19.6% (y-o-y) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนาเข้าทองคำค่อนข้างสูงหลังจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลง โดยหากไม่รวมทองคำ การนำเข้าจะขยายตัว 6.5% ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2554 ขยายตัวชะลอลงมากจากปีก่อน เนื่องจากภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นที่ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน และจากสถานการณ์อุทกภัยของไทยที่รุนแรงและขยายวงกว้างในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้ภาคอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายและเกิดปัญหาในการกระจายสินค้า ส่งผลให้การส่งออก การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่า แม้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่เริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายปี ขณะที่เสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์มั่นคง โดยดุลการชาระเงินเกินดุล และสัดส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อหนี้ต่างประเทศทั้งหมดปรับลดลง

 

 

 

Money Market

 

–  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตลาดการเงินคลายความกังวลเกี่ยวกับหนี้กรีซหลังนายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่าการเจรจากับเจ้าหนี้เอกชนมีความคืบหน้าโดยเขาคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเซียมากขึ้นในวันนี้

 

–  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้มีแรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯออกมามากจากการที่นักลงทุนเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภทต่างๆมากขึ้นหลังจากคลายความวิตกเกี่ยวกับกรีซลงเล็กน้อย

 

–  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่การเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนมีความคืบหน้า อย่างไรก็ดีทางด้านผู้นำกลุ่ม Euro ยังไม่มีข้อตกลงกันเกี่ยวกับวิธีการในการหาเงินมาอุดช่องโหว่ของการขาดดุลงบประมาณของกรีซที่มีแนวโน้มมากขึ้น โดยผู้นำเยอรมนีมีความไม่พอใจมากขึ้นเกี่ยวกับการที่รัฐบาลกรีซล้มเหลวในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรอ่อนลงจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป โดยตลาดกังวลเกี่ยวกับสถานะของโปรตุเกส

 

 

 

Capital Market

 

–  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลงเล็กน้อยในวันอังคารจากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาในทางลบ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯที่จัดทำโดย Conference Board ลดลงมาอยู่ที่ 61.1 ในเดือนมกราคมจาก 64.8 ในเดือนธันวาคม ขณะเดียวกันตลาดก็รอดูตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯในวันศุกร์นี้

 

–  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดสูงขึ้น 0.11% ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับกรีซลงหลังจากนายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่าการเจรจากับเจ้าหนี้เอกชนมีความคืบหน้าโดยเขาคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดีหุ้นในกลุ่มธุรกิจส่งออกของญี่ปุ่นยังได้รับปัจจัยลบจากการที่ค่าเงินเยนยังคงแข็งขึ้น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.33% และ 1.14% ตามลำดับ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะส่งเสริมให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น

 

–  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (31 ม.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรงตัวอยู่ในแดนบวกโดยส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้  โดยปัจจัยบวกต่างประเทศมาจากการที่การเจรจาสว็อปหนี้กรีซมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันวันนี้ก็มีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยในวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,083.97เพิ่มขึ้น 9.26จุด

 

 

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2555

ขอขอบคุณข้อมูล:stockwave.in.th/economic-view/22593-2012-02-01-02-41-41.html    ลงวันที่ 01-02-2012

By creditonhand

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s

%d bloggers like this: