Archive for the ‘สินเชื่อ’ Tag

“กสิกรไทย”ชูธงผู้นำบัตรเครดิต อัดแคมเปญรักษาส่วนแบ่ง25%   Leave a comment

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยถึงนโยบายการทำธุรกิจบัตรเครดิตว่า ธนาคารตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในตลาดบัตรเครดิตในระยะยาว ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 25% ทั้งในแง่ส่วนยอดใช้จ่ายผ่านบัตรและจำนวนบัตร เพื่อรักษาความเป็นผู้นำไว้อย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายปริมาณยอดใช้จ่ายผ่านบัตรประมาณ 2.05 แสนล้านบาท เติบโต 36% สูงกว่าทั้งตลาดที่คาดว่าจะมียอดใช้จ่ายผ่านบัตรประมาณ 9.36 แสนล้านบาท เติบโต 16% ขณะที่จำนวนบัตรที่ปีนี้คาดว่าจะมียอดทั้งสิ้น 2.5 ล้านใบ โดยมีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามากว่า 7 แสนใบ ซึ่งปรับคาดการณ์เพิ่มจากเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าไว้เพียง 5 แสนใบนั้น

นาย ชาติชายกล่าวอีกว่า ในปีนี้ธนาคารตั้งเป้างบประมาณสำหรับส่งเสริมการตลาดบัตรเครดิตกว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งนอกจากจะทำให้ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรสูงขึ้นและมีรายได้จากดอกเบี้ยเพิ่ม ขึ้นแล้ว ในแง่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจบัตรเครดิตก็สูงกว่าเป้าหมาย 20% อีกด้วย เพราะธนาคารยังมีธุรกิจบริการเครื่องรับบัตรเครดิตที่ขยายตัวพร้อมกันไปด้วย ซึ่งส่วนนี้ธนาคารก็มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ที่ 32% เช่นกัน

“กลยุทธ์ ของเราต้องการให้มีแคมเปญต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพราะเรามองในแง่การสร้างรายได้อย่างครบกระบวนการ และตั้งเป้าหมายการขยายตัวไว้ค่อนข้างสูง ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ทำได้สูงกว่าภาพรวมของตลาดมาตลอด”

ล่าสุด ธนาคารยังได้เปิดตัวบัตรแบบใหม่ พร้อมกับแคมเปญ “พิเศษเสมอทั่วโลก กิน บิน เที่ยว เหนือระดับ รับเงินคืน 15%” ซึ่งมอบสิทธิพิเศษให้แก่สมาชิกบัตรที่ใช้จ่ายผ่านบัตรร่วมกับคะแนนสะสมใน จำนวนเดียวกัน สำหรับร้านค้าในหมวดร้านอาหาร โรงแรม และสายการบินทั่วโลก ก็จะได้รับเงินคืนเข้าบัญชี 15%

แคมเปญดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นยอดใช้ จ่ายไปจนถึงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูการใช้จ่ายของผู้บริโภค ควบคู่กับแคมเปญ “ศุกร์ สุข สุด ๆ” ที่ให้ลูกค้าช็อปปิ้งใน 3 ห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้วยสิทธิพิเศษ ช็อป 1,000 บาท คืน 1,000 บาท และจะขยายแคมเปญนี้ไปยังต่างจังหวัด ขณะเดียวกัน ธนาคารยังมีแผนจะออกแคมเปญมาเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งเพื่อกระตุ้นตลาดในด้าน ช็อปปิ้งโดยเฉพาะ สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงโค้งท้ายปี

ขอขอบคุณข้อมูล: prachachat.net  ลงวันที่ 22-09-2012      by creditonhand

Advertisements

น้ำท่วมดันสินเชื่อบ้านแตะ3แสนล.   Leave a comment

นาย กิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า ภายใต้สถานการณ์การเมืองคลี่คลาย และเหตุการณ์น้ำท่วมไม่เลวร้ายเท่าปี 2554 ทำให้เชื่อมั่นว่ายอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยปล่อยใหม่ใน ปี 2555 จะอยู่ในระดับ 3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 2.7 แสนล้านบาท โดยครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่าธนาคารพาณิชย์หลายแห่งมีการขยายตัวของสินเชื่อที่อยู่อาศัยถึง 5-6% ซึ่งโดยหลักมาจากนโยบายของรัฐบาลที่พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจไม่ให้กำลังซื้อลด ลง ภายหลังเมื่อช่วงต้นปีได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมรุนแรง ประกอบกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยต่ำ ในขณะที่ตลาดการเงินซึ่งได้นโยบายรัฐบาล เช่นบ้านหลังแรก และสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ซอฟต์โลน) 3 แสนล้านบาท สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยปี 2554 เข้ามาสนับสนุน

ด้าน นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยใหม่ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 4 แสนล้านบาท ทำให้ภายในสิ้นปีนี้จะมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างเพิ่มขึ้น 6-7% จาก 2.1 ล้านล้านบาท ในปีที่แล้ว มาอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกธนาคารกสิกรไทยได้ปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยไปแล้ว 2.5 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งในส่วนของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยเชื่อว่าในไตรมาส 3 ยังทรงตัว เนื่องจากกระทรวงการคลังและธปท.พยายามดูแลไม่ให้สูงเกินไป จากปัจจุบันซึ่งดอกเบี้ยอาร์พีอยู่ที่ระดับ 3% และหลังจากนั้นในไตรมาส 4 คงมีการพิจารณาอีกครั้งและหากปรับขึ้นคงไม่เกิน 0.25-0.50% แต่หากอัตราดอกเบี้ยกู้บ้านยืนในระดับปัจจุบัน คือ เฉลี่ย 5-6% ในระยะ 10 ปี จะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีการขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ล่า สุดสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย และบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด เตรียมจัดงานอภิมหกรรมบ้าน-คอนโด และสินเชื่อแห่งปี ที่เป็นการรวมพลัง 3 งานใหญ่ที่อยู่อาศัย ประกอบด้วยโครงการบ้านใหม่ บ้านมือสองราคาพิเศษ และบริการสินเชื่อที่อยู่อาศัย เงื่อนไขพิเศษสุด ระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค.นี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 8 หมื่นคน

ขอบคุณข้อมูล: khaosod.co.th      ลงวันที่  21-07-2012       by creditonhand

ธุรกิจบัตรเครดิตจับกลุ่มนักศึกษาจบใหม่ รับอานิสงส์ขึ้นเงินเดือนปริญญาตรี   Leave a comment

– นางอารยา ภู่พาณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีนี้ธนาคารจะขยายฐานลูกค้าบัตรเครดิตในกลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ที่เริ่มทำงาน โดยมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาท ขึ้นไป ให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีเป็นจำนวนมาก และเริ่มมีรายได้ก้อนแรก ประกอบกับมาตรการเพิ่มรายได้ของภาครัฐในการปรับเงินเดือนปริญญาตรีขั้นต่ำเป็น 15,000 บาท จะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่มดังกล่าวเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าปีนี้ธนาคารจะสามารถเพิ่มจำนวนบัตรเครดิตใหม่ได้อีก 100,000-200,000 บัตร จากปัจจุบันที่มีผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคารอยู่จำนวน 2 ล้านบัตร

 

ด้านแนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดราย หรือ เอ็นพีแอล ในปีที่ผ่านมาอยู่ระดับต่ำมากที่ ร้อยละ 0.98 ทั้งนี้ที่ผ่านมาธนาคารมีฐานลูกค้ากลุ่มผู้มีรายได้สูงเป็นหลัก เพราะมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรสูง โดยปีที่ผ่านมามียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของธนาคารสูงสุดถึง 200,000 บาทต่อบัตร ส่วนค่าเฉลี่ยที่มีการใช้จ่ายผ่านบัตรอยู่ที่ 50,000-60,000 บาทต่อราย ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่มียอดการใช้จ่ายอยู่ที่ 10,000 บาท โดยส่วนใหญ่จะเป็นการใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังน้ำท่วม.-

ขอขอบคุณข้อมูล:สำนักข่าวไทย    ลงวันที่ 10-3-2012   by creditonhand

อุดรฯเลื่อนนำร่องแจกบัตรเครดิตชาวนา   Leave a comment

จากกรณีที่รัฐบาลสั่งการให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธ.ก.ส.นำร่องบัตรสินเชื่อเกษตรกร หรือบัตรเครดิตชาวนา 5 จังหวัด คือ เชียงใหม่ อุดรธานี อยุธยา ลพบุรี และสระบุรี ในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยเกษตรกรจะกู้ได้ 2-3 หมื่นบาทต่อรายในการซื้อปุ๋ย-ยาฆ่าแมลง เพื่อใช้ในการทำการเกษตร โดยกำหนดคุณสมบัติเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะต้องไม่มีหนี้ค้างกับ ธ.ก.ส. ส่วนที่มีการพักชำระหนี้ในช่วงก่อนหน้าต้องรอให้ปรับโครงสร้างหนี้แล้วเสร็จ จึงจะสามารถเข้าโครงการบัตรเครดิตชาวนาได้นั้น

ในส่วนของ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องโครงการฯ นายธรรมรัตน์ ยศเมฆ ผช.ผอ.สนง.ธ.ก.ส.อุดรธานี เปิดเผยว่า ความพร้อมในการดำเนินการเรื่องบัตรสินเชื่อเกษตรกร ในช่วงแรกจะเป็นการทดลองระบบ ซึ่งที่ จ.อุดรธานี จะดำเนินการใน 2 สาขา คือ สาขาอุดรธานี และ สาขาบ้านดุง โดยทางสำนักงานใหญ่ ให้ทางอุดรธานีดำเนินการสาขาละ 500 บัตร หรือ เกษตรกร 500 ราย  แต่เรามีรายชื่อเกษตรกร 1,203 บัตร ซึ่งอยู่ในขั้นตอนส่งรายชื่อให้สำนักงานใหญ่พิจารณาออกบัตร เพื่อส่งมอบให้เกษตรกรต่อไป เดิมคาดว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะสามารถจัดส่งบัตรฯมาให้ พร้อมติดตั้งเครื่องที่จะใช้งานในระยะทดลอง พอดำเนินการได้เรียบร้อยไม่มีปัญหา จึงจะขยายโครงการไปทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“แต่ขณะนี้ภาพรวมของ ธ.ก.ส.ได้มีการเลื่อนเปิดโครงการนำร่องออกไป เนื่องจากเดิมจะส่งมอบบัตรให้กับสาขาที่ดำเนินการ ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ แต่เราได้รับแจ้งจากทางสำนักงานใหญ่ว่า ให้เลื่อนโครงการออกไปก่อน โดยไม่ได้แจ้งให้เราว่า เพราะสาเหตุใด และบอกว่าจะแจ้งกลับมาให้ทราบอีกครั้ง ในการกำหนดวันเปิดตัวโครงการ เพื่อจะใช้บัตรสินเชื่อเกษตรกรตัวนี้”นายธรรมรัตน์กล่าว

นายธรรมรัตน์ฯ กล่าวว่า ทางอุดรธานีมีความพร้อมในการดำเนินการ โดยมีการจัดอบรมในส่วนของพนักงานที่รับผิดชอบของทั้ง 17 สาขา รวมถึงในส่วนของร้านค้าที่จะเข้าโครงการ ในเบื้องต้นจะใช้สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาด ซึ่งเป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส.นำร่องก่อน โดยพร้อมที่จะติดตั้งเครื่องมือในการรูดบัตรที่ ธ.ก.ส.ทุกสาขา และร้านค้าท้องถิ่นในแต่ละอำเภอ อย่างน้อยอำเภอละ 1 ร้าน ทั่วประเทศ เพราะเครื่องที่ใช้ ขณะนี้มีเพียง 3,000 เครื่อง เท่านั้น ซึ่งเมื่อทดสอบระบบเสร็จ ก็จะเป็นขั้นตอนการขยายโครงการไปทั่วประเทศโดยเป็นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวก่อน ส่วนพืชอื่นก็จะเป็นระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.อุดรธานี ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ นี้ ทาง ธ.ก.ส.อุดรธานี ได้เตรียมข้อมูลชี้แจงไว้หรือไม่ หากที่ประชุม ครม.มีการสอบถาม นายธรรมรัตน์ฯ ตอบว่า พร้อมที่จะรายงานในส่วนที่ได้ดำเนินการไปแล้วในฐานะเป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องของโครงการ  พร้อมจะรายงานกับคณะรัฐมนตรีในทุกเรื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า แหล่งข่าวใน ธ.ก.ส.อุดรธานี ให้ข้อมูลว่า การที่ ธ.ก.ส.ต้องเลื่อนโครงการบัตรเครดิตชาวนาออกไป เนื่องจากบริษัทฯ รับทำบัตรกว่า 2 ล้าน ใบ ได้สั่งทำที่ประเทศเกาหลี แต่ยังทำบัตรไม่เสร็จ และยังไม่ได้ส่งมา จึงทำให้ไม่มีบัตรมาดำเนินโครงการ จึงทำให้ต้องเลื่อนระยะเวลาเปิดโครงการออกไป

ขอบคุณที่มา : suthichaiyoon.com/detail/22355

กรุงศรีออโต้ จัดเต็ม สินเชื่อบิ๊กไบค์‏   Leave a comment

กรุงเทพฯ – กรุงศรี ออโต้ ผู้นำสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร โดย นายกฤษฎา โชติวัธนกุล (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถจักรยานยนต์ กรุงศรี ออโต้ หรือ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล ออโต้ ลีส จำกัด (มหาชน) เอาใจสิงห์นักบิดผู้มีใจรักรถบิ๊กไบค์มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่สมัครสิน เชื่อรถจักรยานยนต์ “กรุงศรี มอเตอร์ไซด์” ในงาน “Bangkok Motorbike Festival 2012” งานแสดงรถมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยลูกค้าสามารถออกรถบิ๊กไบค์ได้ง่ายๆ สบายๆ ด้วยดาวน์เริ่มต้นเพียง 10% และไม่ต้องใช้ผู้ค้ำ พร้อมรับฟรี! บัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 2,000 บาท ในวันที่รับรถ พบกับสินเชื่อสุดพิเศษ ได้ที่บูธ “กรุงศรี ออโต้ Z1- Z4” ตั้งแต่วันนี้ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2555 ที่ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์กรุงศรี มอเตอร์ไซค์ พร้อมให้บริการคลอบคลุมพื้นที่ทั่วไทย
ขอบคุณที่มา : thannews.th.com/index.php?option=com_content&view=article&id=105505:2012-02-02-04-22-49&catid=171:pr&Itemid=512

สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน – ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย   Leave a comment

สรุปประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน – ธ.ซีไอเอ็มบี ไทย

–  ดัชนีราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐที่จัดทำโดย Standard & Poors/Case Shiller ในเดือนพฤศจิกายน 2554 ปรับตัวลดลง 0.7% (m-o-m) จากที่ลดลง 0.5% ในเดือนตุลาคม ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ว่าจะลดลง 0.5% เช่นเดียวกับเมื่อเปรียบเทียบรายปีพบว่าที่ดัชนีราคาบ้านลดลง 3.7% (y-o-y) ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกันไว้ว่าจะลดลง 3.3% หลังจากลดลง 3.4% ในเดือนตุลาคม ทั้งนี้ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ขณะที่การขยายตัวของ GDP ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 4 แต่ราคาบ้านที่ร่วงลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันแสดงให้เห็นว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงต้องเผชิญกับสถานการณ์ลำบากต่อไปกว่าที่จะฟื้นตัว

 

–  ต้นทุนการจ้างงานประจำไตรมาส 4/2554 เพิ่มขึ้น 0.4% จากที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในไตรมาส 3/2554 เนื่องจากสวัสดิการแรงงานในไตรมาสดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ โดยต้นทุนด้านสวัสดิการแรงงานเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่ไตรมาสก่อนหน้านั้นปรับตัวขึ้นแล้ว 0.1% ส่วนค่าจ้างและเงินเดือนขยายตัว 0.4% ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว จากที่ขยายตัว 0.3% ในไตรมาสที่ 3 ทั้งนี้ ตลอดทั้งปี 2554 ต้นทุนการจ้างงานในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2% ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่เท่ากับปี 2553

 

–  ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ที่จัดทำโดยสำนัก Conference Board ในเดือนมกราคมลดลงสู่ระดับ 61.1 จากระดับ 64.8 ในเดือนธันวาคม ตรงข้ามกับที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ระดับ 68.0

 

 

 

ยุโรป: สหภาพยุโรป

 

–  ชาติสมาชิกทั้งหมดในกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) ยกเว้น อังกฤษ และสาธารณรัฐเช็ค เห็นพ้องร่วมกันที่จะลงนามในสนธิสัญญาฉบับใหม่ที่ร่างออกมาเพื่อยุติการใช้จ่ายงบประมาณเกินตัวในชาติยูโรโซน รวมทั้งออกมาตรการเพื่อยุติวิกฤติหนี้สาธารณะของกลุ่มที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของตลาด โดยครอบคลุมถึง การออกมาตรการคุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ และลงโทษประเทศที่บริหารงบประมาณขาดดุล ตลอดจนให้คำมั่นว่าจะดำเนินนโยบายต่างๆ  เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจให้ทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมผู้นำอียูยังมีมติรับรองสนธิสัญญาการจัดตั้งกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (อีเอสเอ็ม) ซึ่งเป็นกองทุนถาวรวงเงิน 5 แสนล้านยูโรที่จะเริ่มดำเนินการในเดือนกรกฎาคม ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรโซนจะลงนามในสนธิสัญญาดังกล่าวในที่ประชุมยูโรกรุ๊ปครั้งต่อไป

 

–  คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) รายงานว่าดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซนเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 93.4 ในเดือนมกราคม จาก 92.8 ในเดือนธันวาคม นับเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งแรกตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2554 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าแม้ว่าความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจยูโรโซนจะเริ่มส่งสัญญาณบวก แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนจะรอดพ้นจากภาวะถดถอย

 

–  นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า มาตรการของอีซีบีในการปล่อยเงินกู้รอบใหม่ให้แก่ธนาคารพาณิชย์ได้ช่วยสกัดกั้นภาวะสินเชื่อหดตัวครั้งใหญ่ โดยอีซีบีได้อัดฉีดเม็ดเงินเกือบ 5 แสนล้านยูโรเข้าสู่ภาคธนาคารผ่านทางการปล่อยกู้ระยะ 3 ปีในอัตราดอกเบี้ยต่ำในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ดี สินเชื่อยังคงอยู่ในภาวะตกต่ำมากในบางพื้นที่ในยูโรโซน โดยนายดรากีกล่าวว่า ค่าพรีเมียมความเสี่ยงในพันธบัตรรัฐบาลยูโรโซนมีแนวโน้มว่าจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนาน ถึงแม้มีการปรับลดยอดขาดดุลงบประมาณ, มีการปฏิรูปเศรษฐกิจ และมีความพยายามในการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่วินัยทางการคลังและมาตรการคุ้มครองทางการเงินของยุโรป

 

–  นายโจเซฟ มาคุช สมาชิกสภาบริหารธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า ยูโรโซนอาจเผชิญกับภาวะถดถอยอีกครั้งในปีนี้  นอกจากนี้ ยังเตือนว่า การพึ่งพาของธนาคารต่างๆ ต่อเงินทุนระยะสั้นของอีซีบีกำลังเพิ่มขึ้น และปัญหาด้านการขอสินเชื่ออาจกระทบปริมาณเงินกู้ ซึ่งจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง

 

 

 

ฝรั่งเศส

 

–  รัฐบาลฝรั่งเศสปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2555 ขยายตัว 0.5% จากคาดการณ์เดิมที่ขยายตัว 1% ทั้งนี้ รัฐบาลประกาศว่าเศรษฐกิจฝรั่งเศสรวมถึงเศรษฐกิจยูโรโซนมีแนวโน้มฟื้นตัวก่อนช่วงครึ่งหลังปี 2555 เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวฝรั่งเศส ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนเมษายน 2555

 

 

 

อังกฤษ

 

–  Gfk รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอังกฤษเพิ่มขึ้นสู่ระดับ -29 ในเดือนมกราคม จากระดับ -33 ในเดือนธันวาคม ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 7 เดือนและสูงกว่าตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ -32

 

 

 

กรีซ

 

–  นายกรัฐมนตรีลูคัส ปาปาเดมอสของกรีซ กล่าวว่า คณะผู้เจรจาได้ประสบความคืบหน้าเป็นอย่างมากในการเจรจาเพื่อทำข้อตกลงเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลกรีซ โดยตั้งเป้าที่จะบรรลุข้อตกลงภายในปลายสัปดาห์นี้

 

 

 

เบลเยียม

 

–  สหภาพแรงงานของเบลเยียมหยุดงานประท้วงมาตรการลดยอดขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลเบลเยียม ทั้งนี้ การประท้วงดังกล่าวส่งผลให้ระบบขนส่งสาธารณะรวมทั้งเที่ยวบินหลายเที่ยวของเบลเยียมถูกยกเลิก

 

 

 

เอเชีย: ญี่ปุ่น

 

–  นักวิเคราะห์จาก Standard & Poor’s กล่าวว่าการเพิ่มอัตราภาษีการขายสินค้าเป็นสองเท่าของญี่ปุ่นภายในปี 2558 ยังไม่เพียงพอในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของประเทศได้ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีแผนการที่แน่นอนว่าจะสามารถหาเงินมาเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการสังคมที่กำลังเพิ่มขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นแถลงก่อนหน้านี้ว่าญี่ปุ่นอาจไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการจัดทำงบประมาณสมดุลภายในปีงบประมาณ 2563 แม้ว่าจะเพิ่มอัตราภาษีการขายสินค้า

 

–  อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเหนือการคาดหมายจากการที่เงินเยนแข็งค่าซึ่งส่งผลต่อเนื่องต่อภาวะการจ้างงานในประเทศ โดยสำนักงานสถิติของญี่ปุ่นรายงานว่าอัตราการว่างงานในเดือนธันวาคมอยู่ที่ 4.6% ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 4.5% ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับในเดือนพฤศจิกายน

 

–  การผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นมากที่สุดใน 7 เดือนจากการที่การผลิตเร่งตัวขึ้นภายหลังการหยุดชะงักในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย โดยกระทรวงพาณิชย์ของญี่ปุ่นรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 4% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่คาดไว้ว่าขยายตัว 3%

 

 

 

สิงคโปร์

 

–  อัตราการว่างงานของสิงคโปร์ในไตรมาสที่ 4 ปี 2554 อยู่ที่ 2% ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดในรอบ 3 ปีจากการที่บริษัทในภาคธุรกิจบริการและการก่อสร้างเพิ่มการจ้างงาน ซึ่งอัตราการว่างงานดังกล่าวต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจโดย Bloomberg ที่ 2.1%

 

 

 

ไทย

 

–  ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2555 คาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการประมาณ 5.6 พันล้านบาท สำหรับข้าราชการที่จะได้รับการพิจารณาจะต้องมีอายุราชการไม่เกิน 10 ปี สำหรับเกณฑ์การขึ้นเงินเดือนดังกล่าวจะดำเนินการภายใน 3 ปี ซึ่งที่พิจารณาอนุมัติครั้งนี้เป็นปีแรก ส่วนปีที่ 2 และ 3 ให้พิจารณาอีกครั้ง โดยโครงสร้างเงินเดือนข้าราชการใหม่ในปีแรก จะเป็นดังนี้ ข้าราชการวุฒิ ปวช.จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 7,620 บาท, ข้าราชการวุฒิ ปวส. จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 9,300 บาท, ข้าราชการวุฒิ ปริญญาตรี จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 11,680 บาท, ข้าราชการวุฒิ ปริญญาโท จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 15,300 บาท และ ข้าราชการวุฒิ ปริญญาเอก จะมีเงินเดือนขั้นต่ำในปีแรก 19,000 บาท

 

 

 

โครงสร้างเงินเดือนข้าราชการใหม่

 

(มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2555)

 

คุณวุฒิ         01-ต.ค.-54       01-ม.ค.-55        01-ม.ค.-55

 

(ขั้นต่ำ/ขั้นสูง)      (ขั้นต่ำ/ขั้นสูง)      (ขั้นต่ำ/ขั้นสูง)

 

ปวช.        6,410/6,800       7,620/8,080      9,000/9,900

 

ปวส.        7,670/8,140       9,300/9,860    10,500/11,550

 

ปริญญาตรี     9,140/9,690     11,680/12,390    15,000/16,500

 

ปริญญาโท   12,600/13,360     15,300/16,220    17,500/19,250

 

ปริญญาเอก  17,010/18,040     19,000/20,140    21,000/23,100

 

 

 

–  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)แถลงภาวะเศรษฐกิจเดือนธันวาคม 2554 ว่าเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นจากเดือนก่อนในทุกภาค หลังปัญหาอุทกภัยเริ่มคลี่คลาย เสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราเงินเฟ้อชะลอลง อัตราการว่างงานปรับเพิ่มขึ้นบ้างจากเดือนก่อน แต่ยังอยู่ในระดับต่ำและคาดว่าจะปรับลดลงในระยะต่อไป ส่วนดุลการชำระเงินขาดดุล แต่ส่วนใหญ่เกิดจากการออกไปลงทุนในต่างประเทศของธุรกิจไทย โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลที่ 1,940 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  ขณะที่ดุลการค้าขาดดุล 238 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากการส่งออก หดตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1% ขณะที่การนำเข้าขยายตัว 19.6% (y-o-y) ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนาเข้าทองคำค่อนข้างสูงหลังจากราคาทองคำในตลาดโลกปรับลดลง โดยหากไม่รวมทองคำ การนำเข้าจะขยายตัว 6.5% ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2554 ขยายตัวชะลอลงมากจากปีก่อน เนื่องจากภาคการผลิตได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นที่ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน และจากสถานการณ์อุทกภัยของไทยที่รุนแรงและขยายวงกว้างในพื้นที่ภาคกลาง ทำให้ภาคอุตสาหกรรมได้รับความเสียหายและเกิดปัญหาในการกระจายสินค้า ส่งผลให้การส่งออก การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนหดตัวลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจในประเทศโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่า แม้อัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นตามต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่เริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายปี ขณะที่เสถียรภาพต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์มั่นคง โดยดุลการชาระเงินเกินดุล และสัดส่วนหนี้ต่างประเทศระยะสั้นต่อหนี้ต่างประเทศทั้งหมดปรับลดลง

 

 

 

Money Market

 

–  บาท/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.)ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินเอเซียส่วนใหญ่รวมทั้งเงินบาทในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตลาดการเงินคลายความกังวลเกี่ยวกับหนี้กรีซหลังนายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่าการเจรจากับเจ้าหนี้เอกชนมีความคืบหน้าโดยเขาคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเอเซียมากขึ้นในวันนี้

 

–  เยน/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนลงเมื่อเทียบกับเงินเยนในช่วงเช้าวันนี้ โดยวันนี้มีแรงขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯออกมามากจากการที่นักลงทุนเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงประเภทต่างๆมากขึ้นหลังจากคลายความวิตกเกี่ยวกับกรีซลงเล็กน้อย

 

–  ยูโร/ดอลลาร์ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ค่าเงินยูโรแข็งขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงเช้าวันนี้จากการที่การเจรจาระหว่างกรีซกับเจ้าหนี้เอกชนมีความคืบหน้า อย่างไรก็ดีทางด้านผู้นำกลุ่ม Euro ยังไม่มีข้อตกลงกันเกี่ยวกับวิธีการในการหาเงินมาอุดช่องโหว่ของการขาดดุลงบประมาณของกรีซที่มีแนวโน้มมากขึ้น โดยผู้นำเยอรมนีมีความไม่พอใจมากขึ้นเกี่ยวกับการที่รัฐบาลกรีซล้มเหลวในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ดีในช่วงตลาดสหรัฐฯค่าเงินยูโรอ่อนลงจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤติหนี้ยุโรป โดยตลาดกังวลเกี่ยวกับสถานะของโปรตุเกส

 

 

 

Capital Market

 

–  ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลงเล็กน้อยในวันอังคารจากการที่ดัชนีเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาในทางลบ โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯที่จัดทำโดย Conference Board ลดลงมาอยู่ที่ 61.1 ในเดือนมกราคมจาก 64.8 ในเดือนธันวาคม ขณะเดียวกันตลาดก็รอดูตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯในวันศุกร์นี้

 

–  ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันอังคาร (31ม.ค.) ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดสูงขึ้น 0.11% ในวันนี้จากการที่นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับกรีซลงหลังจากนายกรัฐมนตรีกรีซกล่าวว่าการเจรจากับเจ้าหนี้เอกชนมีความคืบหน้าโดยเขาคาดว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการสว็อปหนี้ภายในสิ้นสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดีหุ้นในกลุ่มธุรกิจส่งออกของญี่ปุ่นยังได้รับปัจจัยลบจากการที่ค่าเงินเยนยังคงแข็งขึ้น สำหรับดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตและดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.33% และ 1.14% ตามลำดับ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่ารัฐบาลจีนจะส่งเสริมให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น

 

–  ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันอังคาร (31 ม.ค)ดัชนีตลาดหุ้นไทยทรงตัวอยู่ในแดนบวกโดยส่วนใหญ่ในช่วงเช้าวันนี้  โดยปัจจัยบวกต่างประเทศมาจากการที่การเจรจาสว็อปหนี้กรีซมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันวันนี้ก็มีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยในวันนี้ SET INDEX ปิดตลาดที่ 1,083.97เพิ่มขึ้น 9.26จุด

 

 

 

โดย สำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ประจำวันที่ 1 กุมภาพันธ์  2555

ขอขอบคุณข้อมูล:stockwave.in.th/economic-view/22593-2012-02-01-02-41-41.html    ลงวันที่ 01-02-2012

By creditonhand

การแบ่งประเภทสินเชื่อตามผู้ขอรับสินเชื่อ   Leave a comment

1 สินเชื่อสำหรับบุคคล มักเป็น สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น
2 สินเชื่อสำหรับธุรกิจ เป็น สินเชื่อ สำหรับกิจการห้างร้านไม่ว่าจะนำไปใช้เพื่อ ลงทุน เพื่อการผลิต หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

3 สินเชื่อสำหรับรัฐบาล ในยามที่รัฐบาลมีรายได้ไม่เพียงพอแก่รายจ่ายหน่วยงานภาครัฐ จึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินซึ่งอาจอยู่ในรูปของตั๋วเงินคลัง, พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และพันธบัตรรัฐบาลรูปแบบต่าง ๆ เช่น พันธบัตรเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ และพันธบัตรออมทรัพย์ เป็นต้น